วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เมื่อใจไร้พรมแดน



เมื่อใจไร้พรมแดน
โลกใบนี้ไม่เคยมีเจ้าของ


ปลายฤดูร้อน ปี 59เมื่อใจไร้พรมแดน
โลกนี้ไม่เคยแบ่งแยก 

อะไรที่แบ่งแยก
ตั้งแต่ตั้งกัปป์ขึ้น คือเมื่อโลกได้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา จากการทำลายล้าง ไปรอบแล้วรอบเล่า เมื่อเกิดมนุษย์ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย มารวมกันอยู่ แผ่นดินนี้ก็ยังเป็นแผ่นดินเดิม ภูเขา ต้นไม้ ใบหญ้า ก็ยังเป็นเช่นเดิม  สายธาร ท้องฟ้า ก็ยังคงเดิม  ทำไมจะต้องขีดเส้นแบ่งแยก  แผ่นดิน  ทะเล ภูเขา แม้แต่น่านฟ้าก็ยังถูกแบ่ง



เพราะแค่ความรู้สึกที่รังเกียจกัน  
เพราะแค่ภาษาที่สื่อสาร แตกต่างกัน
เพราะอาหารที่ทานแตกต่าง
เพราะ......​แตกต่าง
เพราะความคิด ที่แตกต่าง

แล้วทำไมถึงคิดต่าง   ก็เพราะเราตกลงไปในกระแสกิเลส  ความต้องการที่ไม่สิ้นสุด เราไม่ได้เห็น ไม่ได้คิด ไม่ได้เป็นอย่างที่มันเป็น   แต่เราเพียงแค่อยากให้มันเป็นอย่างที่เราอยากให้มันเป็น   

รวมทั้งเราอยากให้คนอื่น สิ่งอื่น เป็นอย่างที่เราอยากให้มันเป็น  เราจึงพยายามบังคับ ปรับเปลี่ยนไปตามใจเรา 




ได้ยิน ท่านผู้เป็นนักปฏิบัติท่านหนึ่ง กล่าวว่า  คำว่า อวิชชา  ที่เรามักแปลว่า ความไม่รู้ ที่เราทราบว่า เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดทั้งมวล

มันไม่น่าใช่ แค่ความไม่รู้   ถ้าเราใช้การแปลเปรียบเทียบ คำว่ามนุษย์ กับ อมนุษย์  ไม่ได้แปลว่าไม่มี แต่แปลว่า ไม่ใช่

อวิชชา ถ้าแปลว่าไม่ใช่วิชชา   วิชชา คือ การหลุดพ้น    เมื่อสิ่งที่ตรงข้ามการหลุดพ้น ก็คือ ขั้นตอน ขบวนการที่จะให้เราไม่สามารถไปถึงซึ่งความหลุดพ้น  

เมื่อวิชชา เป็นขั้นตอนวิธีการ เพื่อการหลุดพัน เป็นของฝ่ายพระ
อวิชชา ก็เป็นขั้นตอน ระบบ การดำเนินการ เพื่อขัง สรรพสัตว์ไว้ใน สังสารวัฏฏ เป็นของฝ่ายมาร

มารไม่ได้ไม่ทำอะไร  แต่ทำ อวิชชา เป็นขั้นตอน ระบบ  
ไม่ได้มึนๆ แต่ทำเรื่องราววุ่นวาย ขัดขวางพระทุกรูปแบบ ทุกทาง ทุกที่ ใส่ความ ใส่ร้าย ใช้กฏหมู่ กฏหมาย พยานเทียม  มารทำและทำตลอดเวลา





ในสังคมยุคปี 59 นี้  การแตกแยก  ทางความคิด วัฒนธรรม แบ่งฝ่าย แบ่งพวก  ชัดเจน  เหมือนน้ำมันกับน้ำไม่ปะปนกัน แม้จะเดินปนเปกันไปมา แต่ก็ไม่ปนกัน 

หลับตา ทำใจหยุดนิ่ง ให้ใจตกตะกอน  
ให้มองผ่านม่านหมอกของอวิชชา ออกไป มองไปทุกสิ่ง ให้เห็นสรรพสัตว์  สรรพสิ่ง ตามความเป็นจริง ตามที่มันเป็น 

คน  ก็ แค่หุ่นเชิดของ  ความดี กับความชั่ว  อยู่แต่ว่า ใจจะเปิดรับฝั่งไหน
ตอนนี้ มันสับสนทางความคิดเหลือเกิน  มากเกินไป

ไม่น่าเชื่อเลยว่า เมื่อทุกคนมีความคิดตรงกัน สามารถทำให้บ้านเมืองวุ่นวายได้ขนาดนี้
ตรงกัน ใช่ ตรงกัน  อย่างเดียวกันเลย  ทุกฝ่ายต่างก็คิดว่า
ฝ่ายที่อยู่ตรงข้าม มันเลว มันผิด มันต้องหายไปจากโลกนี้

ถ้าคิดตรงกัน แบบนี้ ก็เป็นการคิดแบบ อวิชชา เป็นขั้นต้นของการทำลายล้างให้พินาศไป  แต่คิดกลับเข้ามา ว่า ฝ่ายตัวเรานี่เอง ที่มีปัญหา  มีความเลว มีความไม่ดี  ที่จะต้องแก้ไป ปรับปรุง ไม่ใช่ ใคร   ตัวเราเอง จักรวาลนี้ อยู่ในตัวเรา  จะให้สังคม โลกนี้เป็นเช่นไร เราทุกคน ทำได้ โดยเริ่มที่

ตัวเรา

เดินตามทางสายวิชชา 
หลับตา  สงบใจ  เดินทางสายกลาง  ที่เดินกลางเรื่อยไป   เมื่อทุกข์ มีเหตุคือความอยาก มีอวิชชาอยู่เบื้องหลัง  ทำใจให้สงบ ทิ้งนิวรณ์ทั้งหลาย ให้ไปถึงหนทางสายกลางอันประเสริฐ ที่มีความถูกต้องทั้งแปดเป็นผลที่ให้รอผู้ไปถึงเสพรส แห่งธรรมอันประณีต 

หลับตา  พรมแดนก็หายไป  ความขุ่นเคือง ความเกลียดชัง ก็หายไป
หลับตา หยุดใจ เดินสายกลาง ที่อยู่กลางของกลาง เรื่อยไป

ความไม่เข้าใจ ก็ เป็นความเข้าใจ  
ความเกลียด ก็เป็นความเมตตา
ความไม่เข้าใจด้วยภาษาพูดก็เข้าใจกันด้วยภาษาใจ  

การคิดแบบเดียวกัน ที่มองเข้าหาตัว ก็นำไปสู่ความสงบสุข
คิดให้ตัวเรามีความเมตตา  คิดให้คนอื่นมีความสุข  

จะเอาอย่างไง  จะให้ร้อนไหม้ กันไปจนหมด ก็ทำอย่างที่กำลังทำเถิด
แต่ถ้าต้องการให้เกิดความ สงบ ร่มเย็ม ก็จงหยุด แล้วค่อยๆ พิจารณา เถิด

ท่านผู้สวม อำนาจ เหมือน หมาป่าสวมหนังราชสีห์ 
วางลง ก็ ปลงได้  นำความเจริญกลับมาเถิด  



ก่อนที่ อวิขขา จะเฟื่องฟู ทุกผู้คนจะตกลงไปในระบบของ อวิชชา มือมาร..... 

วิ. 6 กค.59

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

นี่ไง..ระบบยุติธรรม

พระราชธรรมนิเทศ (พยอม กลฺยาโณ)  

พ.ศ.นี้ ไม่มีใครในประเทศไทย ที่ไม่รู้จักพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพยอม แห่งวัดสวนแก้ว  
บางท่านอาจจะฟังท่านเทศน์มาตั้งแต่เป็นเทปคาสเซ็ท  เก็บกันเต็มตู้ จนเดี๋ยวนี้ เปิดยูทูป ฟังกันทั้งเดือนก็ไม่หมด มีทั้งภาพและเสียง ลีลาที่ท่านเทศน์ เนื้อหา เป็นตัวอย่างให้กับพระจำไปเทศน์ มากมาย

ท่านเป็นเสาหลักในการเผยแผ่ มานานนับสิบปี ใครจะไปคิดว่า วันหนึ่งท่านต้องสูญเงินเป็นสิบล้าน ทั้งๆที่ ทุกอย่างที่ท่านทำ ถูก กฏ หมาย  ทุกประการ

ซื้อที่ดิน ที่มีโฉนด ในราคา 10 ล้านบาท เพื่อจะได้ขยายงานพระศาสนา  ความตั้งใจที่ดี ทำถูกต้อง  แต่ที่ที่มาขายท่าน มีคนไปขอศาลให้ออกฉโนด เพราะเข้าครอบครองปรปักษ์  ศาลพิจารณาแล้วก็ ออกให้ 

แต่หลังจากนั้น เมื่อเกิดการซื้อขายระหว่าง หลวงพ่อพยอมกับคนขายที่ เรียบร้อยแล้ว กลับมีคนฟ้องร้องเอาที่คืน บอกว่าที่นี่ ออกฉโนดซ้อน  

เอ้า....​แล้วอย่างไงล่ะ คราวนี้   








เพลงพระยอม  คาราบาว
ตอน1

ตอน2

ตอน3




ข่าวจากผุ้จัดการ http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9500000038041

2 เมษายน 2550




หลวงพ่อพยอม ปลง! ประกาศงดรับกิจนิมนต์จากหน่วยงานราชการ หลังศาลพิพากษาเพิกถอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมูลนิธิสวนแก้ว และให้กลับไปเป็นของเจ้าของที่ดินเดิม วัดสูญฟรี 10 ล้าน ด้านที่ปรึกษามูลนิธิฯ เตรียมปรึกษาเรื่องการยื่นอุทธรณ์อีกครั้ง

วันนี้ (2 เม.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 19 ศาลจังหวัดนนทบุรี ศาลออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษาในคดีที่ นายจำนง หิรัญประดิษฐ์ และพวก ทายาทของ นางทองอยู่ หิรัญประดิษฐ์ ยื่นฟ้องศาลนนทบุรี กล่าวหาว่า การครอบครองที่ดินของ นางวันทนา สุขสำเริง และมูลนิธิสวนแก้ว ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมูลนิธิสวนแก้วคัดค้าน ว่า ได้ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวมาจาก นางวันทนา อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสำนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี สาขาบางใหญ่ ได้ออกโฉนดให้อย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ ศาลจังหวัดนนทบุรี ได้ตัดสินให้เพิกถอนการครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินของจำเลยที่ 1 คือ นางวันทนา สุขสำเริง และจำเลยที่ 2 คือ มูลนิธิสวนแก้ว โดยให้กรรมสิทธิ์ที่ดินกลับไปเป็นของ นางทองอยู่ หิรัญประดิษฐ์ ตามเดิม พร้อมทั้งให้จ่ายค่าทนายเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท

ก่อนหน้านี้ นายจำนง หิรัญประดิษฐ์ และพวกได้ร้องคัดค้าน ต่อศาลเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2546 ว่า การครอบครองที่ดินเลขที่ 8215 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เนื้อที่ 3 ไร่ 1 งาน 52 ตารางวา ที่ นางวันทนา สุขสำเริง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และครอบครองปรปักษ์ไม่ถูกต้อง ซึ่ง นางวันทนา ได้ขายที่ดินให้แก่มูลนิธิสวนแก้ว จำนวน 1 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา ต่อมาศาลพิจารณาจากหลักฐานแล้วตัดสินให้การครอบครองปรปักษ์ที่ดินของนางวันทนา เป็นโมฆะ

นายวิทูรย์ ศิริวิโรจน์ ที่ปรึกษามูลนิธิสวนแก้ว กล่าวว่า จะหารือกับพระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กลฺยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ก่อนว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ซึ่งขณะนี้พระพยอมรับกิจนิมนต์ไปเทศน์ที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยจะเดินทางกลับมาภายในสัปดาห์นี้

ด้าน พระพยอม ซึ่งอยู่ที่ศูนย์ร่มโพธิ์แก้ว สาขาวัดสวนแก้ว ตำบลบ้านแพ อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ทราบผลการพิจารณาคดีของศาลจังหวัดนนทบุรีที่พิพากษาให้เพิกถอนการครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินปรปักษ์ที่มูลนิธิสวนแก้วซื้อมาจาก นางวันทนา สุขสำเริง ให้กลับคืนสู่ นางทองอยู่ หิรัญประดิษฐ์ เจ้าของที่ดินเดิมนั้น เรื่องนี้จะไม่ฟ้องร้องใคร และปล่อยวางมานานแล้ว เพราะอยู่ในสมณเพศ จากนี้ไปจะงดรับกิจนิมนต์จากทุกส่วนราชการ ส่วนจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการมูลนิธิสวนแก้ว อย่างไรก็ตาม ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการครอบครองที่ดินก่อนออกโฉนด เพราะเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ครอบครองที่ดินปรปักษ์ อาจตกอยู่ในภาวะเดียวกับวัดสวนแก้ว และจะปักหลักอยู่ที่ศูนย์ร่มโพธิ์แก้ว จังหวัดบุรีรัมย์ ตลอดไป ส่วนมูลนิธิสวนแก้ว ที่จังหวัดนนทบุรีจะแวะเวียนไปดูแลเหมือนสาขาอื่น ๆ       

หลังจากดูวีดีโอ และ อ่าน เรื่องราวแล้ว คุณคิดว่า เรื่องนี้ ใครควรรับผิดชอบบ้าง


     

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แด่คุณครูทุกคน ฉบับแปล

จากบทความภาษาอังกฤษ 


ถอดออกมาเป็นภาษาไทย แบบ ไทยๆ แปลงนิดๆหน่อยๆ นิดนึงๆ เพื่อความเข้าใจนะ 




พลังแห่งความคิด
เราคิดอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น




คุณครู กับ ผู้บริหาร  :  คุณได้ทำอะไร ?
31 มกราคม 2011




เรื่องที่กินใจเรื่องนี้ ได้ถูกส่งต่อโดย Mr. Khalid Jehangir of The Lyceum School.
ก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้นี้เป็นอย่างสูง

แต่ฉันก็ได้รับการบอกจากคุณ Mr Rehan Vastani  ว่าเรื่องนี้ ได้นำมาจาก ยูทูปของคุณ Taylor Mali poem

ในชื่อเรื่องว่า “What Teachers Make”. 
คุณครูได้ทำอะไร ?


ข้อความ

เมื่อแขกเหรื่อได้มานั่งพร้อมกันที่โต๊ะอาหารมื้อค่ำ ก็ได้เริ่มพูดคุย กันเรื่องชีวิต

ชายคนหนึ่ง เป็นผู้บริหาร ได้กล่าวถึงปัญหา เกี่ยวกับระบบการศึกษา ว่า
“เด็กสมัยนี้ไปฟังจากใครก็ไม่รู้  ที่ได้แนะแนวให้เลือกทางชีวิต ว่าการเป็นครูเป็นสิ่งที่ดีที่สุด”

เขาหันหน้าไปทางหญิงคนหนึ่งแล้วถามว่า
“บาบารา คุณเป็นครูใช่ไหม ด้วยความสัตย์ถามจริงๆ เถอะ..  !  วันวัน คุณได้ทำอะไรบ้างไหม?”


ครูบาบารา  ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าซื่อสัตย์และเถรตรง  ได้ตอบอย่าง
เป็นกันเอง ว่า
“ คุณต้องการรู้ ว่าฉันทำอะไรบ้าง ?”  เธอหยุดนิดนึง แล้วก็เริ่มพูด

“ ฉันก็ ทำให้เด็กทำงานหนัก มากกว่าที่เด็กๆคิดว่า ตัวเองจะทำได้
ฉันได้ทำให้ คนที่ได้คะแนน C+ รู้สึกเหมือนกับเป็นผู้ชนะรางวัลการแข่งขัน ในระดับเกียรติยศ
ฉันได้ทำให้ เด็กนั่งอยู่ในห้องเรียน 40 นาที ในขณะที่ผู้ปกครอง ไม่สามารถทำให้เด็กนั่งอยู่กับที่สัก 5  นาที ถ้าไม่มีไอแพด เกมส์ หรือ หนังเช่า 

คุณต้องการรู้  ว่า ฉัน ได้ ทำ อะไร”   หยุดนิดนึง เธอมองที่ทุกคน รอบๆโต๊ะ
ฉันได้ทำให้เด็ก รู้จักสงสัย
ฉันได้ทำให้เด็ก ตั้งคำถาม

ฉันได้ทำให้เด็ก รู้จักขอโทษ และ รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ
ฉันได้ทำให้เด็ก มีความเคารพ และ รับผิดชอบในสิ่งที่พวกเขาทำลงไป

ฉันสอนเขาให้เรียนรู้การเขียน และ ให้ลงมือทำ  สอนให้เขารู้ว่า คีย์บอร์ดไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง
ฉันได้ทำให้เขา อ่าน อ่าน อ่าน 

ฉันได้ทำให้เขา คิดเลขให้ดู  ให้ใช้สมองที่พระเจ้าให้มา ไม่ใช่มัวพึ่งเครื่องคิดเลขที่มนุษย์สร้างขึ้น

ฉันได้ทำให้นักเรียนต่างชาติ ได้เรียนรู้ทุกอย่าง ที่เขาควรจะรู้เกี่ยวกับความเป็นชาติอังกฤษ ในขณะที่เขายังได้อนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมของเขาด้วย

ฉันได้ทำให้ ห้องเรียนเป็นที่ที่นักเรียนทุกคนรู้สึกปลอดภัย

สุดท้าย... ฉันทำให้พวกเขาเข้าใจว่าถ้าเขาใช้ความสามารถที่มีอยู่ ทำงานให้หนัก
และเดินตามเสียงของหัวใจ พวกเขาก็สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้

ครูบาบารา หยุดเป็นครั้งสุดท้าย กล่าวต่อว่า

และเมื่อมีใครพยายามตัดสินฉันด้วยคำถามว่า วันวันฉันทำอะไรบ้าง?

สำหรับฉัน เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง!

ฉันสามารถเชิดหน้าและทำเป็นไม่สนใจเพราะพวกนั้นเป็นคนเขลา

คุณต้องการรู้ใข่ไหมว่าฉันได้ทำอะไร 

ฉันได้ทำสิ่งที่แตกต่าง 

คุณล่ะ คุณได้ทำอะไรบ้าง คุณผู้บริหาร?
ผู้บริหารผู้ถามคนนั้น อ้าปากค้าง และนิ่งเงียบ


@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

บทความนี้ ได้ส่งต่อไปยังครูทุกคน ผู้บริหารทุกคน และทุกคนที่รู้จัก
แม้กระทั่งคุณครูส่วนตัวของคุณ  คุณแม่ คุณพ่อ พี่น้อง โค้ช หรือคนอื่นๆ

เป็นคำตอบลึกซึ้งมาก!


ประเด็นที่น่าคิด คือ คุณกำลังทำสิ่งที่แตกต่างอยู่หรือไหม?

กล้าที่จะฝัน
ตามความฝัน
ทำสิ่งที่แตกต่าง
จงสร้างตำนาน
ทำชีวิตให้มีความหมายที่น่าจดจำ

Nuruddin


แถมโคลงระดับครู สุนทรภู่ให้บทนึง

เฉน็งไอมาเวิ่งเว้า        วู่กา
รูกับกาวเมิงแต่ยา       มู่ไร้
ปิดเซ้นจะมูซ่า          เคราทู่
เฉะแต่จะตอบให้        ชีพม้วยมังระณอ


แปลเป็นภาษาคนได้ความว่า 

ไฉนเอ็งมาเว่าเวิ้ง                 ว่ากู
ราวกับกูมาแต่เยิง(ป่า)        ไม่รู้
เป็นศิษย์อย่ามาสู้            ครูเฒ่า
ชอบแต่จะเตะให้         ชีพม้วย มรนัง


แด่คุณครูทุกคน ด้วยดวงใจ ต่อไปไม่กล้ากับครูแล้วคร้าบบ


วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

io คุณโดนหรือยัง

IO
Information Operations 



ปฏิบัติการสารสนเทศ  



พูดง่ายๆ คือ การจะทำอย่างไรให้เราเชื่อ ในสิ่งที่เค้าอยากจะให้เชื่อ 

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอย่างไร 



ในทุกวงการก็มีการทำเรื่องนี้ อย่างมาก เช่น ในเชิงธุรกิจ จะให้เชื่อว่า ปากกา ไม่ใช่เอาไว้เขียนอย่างเดียว แต่เป็นศักดิ์ศรี 





   ปากกาถ้าเอาไว้เขียน ก็เหมือนกัน ห้าบาทสิบบาท ก็ซื้อได้แล้ว แต่ถ้าเป็นศักดิ์ศรีแล้ว แค่สัญลักษณ์ ยี่ห้อ แปะเข้าไป สีหยดเดียวแท้ๆ จากสิบบาท กลายเป็น หลักหลายพัน หลักหมื่น หลักแสนบาท ได้ 


ใช่ว่ามันจะเขียนแล้ว จะวิเศษอะไรกว่า แต่ว่ามันถูกทำให้ทุกคนเชื่อว่า ใครหยิบปากกานี้ออกมา ต้องไม่ใช่คนชนชั้นธรรมดา อย่างนี้เป็นต้น 



นาฬิกา ถ้าเอาเดินตรง ไม่คลาดเคลื่อนก็พอ อย่างนี้ราคาไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเอาศักดิ์ศรีด้วย อาจจะพอๆ กับซื้อรถได้คันนึง 



 มีตัวอย่างรูปภาพมาให้ดูสองรูป 



ให้อ่านข้อความบนรูปก่อน แล้วพิจารณาสิ่งที่เค้าอธิบายภาพให้ดี



 น่ากลัวใช่ไหมล่ะ งั้น





 ลองอ่านข้อความจากภาพนี้ก่อน แล้วกลับไปดูภาพอีกที 






ขำใช่ไหมล่ะ





 นี่แหละ สิ่งที่เค้าเอาข้อความมาทำให้เราเชื่อ 
ถึงตอนนี้มองอย่างไง ก็ต้องเป็นไปตามคำอธิบาย จากภาพสองแล้ว กลับไปเหมือนทีแรกไม่ได้ 

ความจริงก็เป็นอย่างนี้ เมื่อผ่านไปแล้ว ความจริงปรากฏ ก็กลับมาสงสัยว่าเชื่อไปได้อย่างไร  



หรือ ภาพนี้อีกที






 ผิดข้างใช่ไหม 





 เราถูกสัญลักษณ์ การแสดง ภาพวาด หลอกเท่าไหร่ กว่าจะถึงเนื้อแท้ของความจริง  
เรื่องราวในสังคมนี้ ก็เป็นอย่างนี้ ทุกวงการ 
ไม่ว่าจะการขายสินค้า 
ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ 
 การเมืองชวนเชื่อ ก็ใช้วิธีนี้ทำให้เราเชื่อไปโดยไม่รู้ตัว 





วัดพระธรรมกาย ก็เป็นวัดหนึ่งที่โดนระบบนี้จากผู้ไม่หวังดี ซึ่งอย่ารู้เลยว่าเป็นใคร ถูกทำให้เชื่อว่าวัดนี้ มีปัญหาเรื่อง การเงิน 
 เริ่มต้นที่เอาคำว่า พุทธพาณิชย์มาให้ก่อน 
ที่วัดไม่ได้ขายอะไร ข้าวก็แจก น้ำก็ฟรี มีตังให้ทำบุญได้อย่างเดียว 



ซื้ออะไรไม่ได้สักอย่าง 

ก็ยังมีคนเชื่อไปค่อนประเทศว่า วัดนี้ขายของประหลาดๆ ด้วยราคาแพงแบบ ไม่ใช่มีตังอย่างเดียว ต้องโง่ได้ที่ ถึงได้ซื้อได้ 



 พอพุทธพาณิชย์ มาสักพัก ก็ขายบุญ อืมม ขายบุญ ถ้าขายได้ ก็น่าจะซื้อได้ ก็เลย มีว่า 

จ่ายมากเลือกไปสวรรค์ชั้นไหนก็ได้ มันก็ว่าของมันไป พูดเองเออเอง ก็มันเชื่อไปแล้ว 



 คราวนี้ ก็มาลงที่รายละเอียด ตัวอาคารบ้าง ตัวบุคคลบ้าง ก็สรรหาจะทำให้เกิดเป็นภาพใหญ่ของกลุ่มคนที่มีปัญหา ตั้งแต่ตัวเจ้าอาวาส ถึง โยมที่มาวัด มีความคิดประหลาดที่ไม่สามารถจะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ มารวมกัน 

ดุจรังของมนุษย์ต่างดาว 



……?….?…..? เชื่อไปได้ 


วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ตกลงออกมาเดินได้ใช่ไหม...

http://news.sanook.com/1636837/

ประเทศก้าวหน้าไปมากจนตามไม่ทัน

ชุมชนศาสนาอื่นในประเทศไทย สนับสนุนชาวปาเลสไตน์  ออกมาเดินบนถนนอโศก ปิดถนนไปทั้งเส้น

ทำให้เห็นว่า โลกนี้มีการสื่อสารถึงกัน จริงๆ

กลุ่มนี้ไปประท้วงที่สถานทูตอิสราเอล เรื่อง ปาเลสไตน์  

ก็ไม่อยากไปเขียนเรื่อง ของศาสนานี้ ก็คงเป็นเรื่องของเค้า

แต่การออกมาชุมนุมแบบนี้ กลุ่มอื่นแดง เหลือง เขียว ช็อค น้ำเงิน ชมพู ดำ อะไร

 ก็ห้ามเดินมิใช่เหรอ


แล้วทำไมกลุ่มนี้ เดินเล่นบนถนนอย่างกับนอกชานบ้านตัวเอง 
ไม่เห็นมีอะไร

ในขณะที่ลุยวัดทุกวัด บุกรุกที่ป่าสงวน  รุกที่นิคมฯ​  แต่ในบางจังหวัด ให้ไปสร้างศาสนสถานของศาสนาอื่นที่ไม่ใช่พุทธในที่เขตป่าสงวน ผู้ว่ามอบให้เองเลย

ในขณะที่ระงับการช่วยเหลือทางด้านการเงินทุกอย่าง กับทุกวัด แม้ราชการจะมาบวช ก็ไม่ช่วยเรื่องบริขาร บอกจะบวชต้องหาเอง   แต่กลับสนับสนุนเงินหลักร้อยล้าน ให้กับต่างศาสนา

เอ๊ะ นี่มันอย่างไงกันแน่

ไม่ได้ถามชาวศาสนาอื่น

แต่ถามไปถึงภาครัฐ ว่าที่เค้าว่า ในการเมืองที่เค้ากล่าวหานั่น  ว่าท่านมีสองมาตรฐานอันนี้จริงไม่จริงไม่รู้  ถึงไม่รู้แล้ว ก็ไม่ถาม

แต่อยากถามว่า  ในภาคศาสนา  ท่านมีกี่มาตรฐาน ในการดูแล คุ้มครอง สนับสนุนกันแน่

นี่ถ้าวัดพระธรรมกายไปเดินเล่นแบบนี้วันนี้  พรุ่งนี้ปอเต็กตึ้ง ร่วมกตัญญู คงไม่ว่างไปที่อื่นแน่เลย

เจริญแท้
สยามหมดยิ้ม
วิ.1กค.59    วันประชาชนสนับสนุนงบประมาณแผ่นดินผ่านกองสลากฯ


รูปภาพจาก http://news.sanook.com/1636837/

อุทิศให้กากมะนาว..

สพฺพญฺเจ ปฐวี ทชชา, นากตญฺญุมภิราธเย 

ถึงจะให้แผ่นดินทั้งหมด ก็ยังคนอกตัญญูให้ยินดีไม่ได้ 


บัดนี้จักได้บรรยายขยายความตามพุทธภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้กับสาธุชน 


   ขึ้นบรรทัดแรกมาแบบนี้ก็ให้คิดถึงบรรยากาศสอบนักธรรม ธรรมศึกษา ปีนี้ที่บาวาเรีย พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพรหมเมธี  ได้เมตตาไปเป็นประธานเปิดสอบ พร้อมด้วยคณะมหาเถระหลายรูป ได้ให้แนวทางการทำงานแก่คณะสงฆ์ที่ไปเผยแผ่ในยุโรป 

ขอกราบขอบพระคุณ และ ขออภัยหากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่องครับ

ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี มีตัวแทนจากสำนักพุทธศาสนา  ไปด้วย  


ไปอ่านเจอ พุทธพจน์  ..

ขึ้นชื่อว่าพุทธพจน์ เป็นจริงตามนั้นเสมอ ไม่ว่าสถานการณ์ เวลา จะเปลี่ยนอย่างไร แต่ สิ่งที่พระพุทธเจ้า ตรัสไว้จะเป็นสัจจธรรม ไม่เปลี่ยนไปตาม จะเป็นเช่นนั้นเสมอ

"ถึงจะให้แผ่นดินทั้งหมด ก็ยังคนอกตัญญูให้ยินดีไม่ได้ "


เห็นประโยคนี้  คนวัดพระธรรมกายทุกผู้ทุกคน  จะมีความคิดไปทางเดียวกันหมด  

คิดถึงหัวกลมๆ หูกระต่ายแดงๆ หน้าตาประดับรอยยิ้ม แบบยิ้มสยอง


หลายคนที่เพิ่งรู้จัก ที่ผ่านมา ก็มักจะชอบแนะนำว่า เราไม่ควรทำอย่างนั้นอย่างนี้ เราควรช่วยเหลือเค้า เราต้องดีกับเค้า จนเค้าเห็นใจและเข้าใจเรา

ตรรกะนี้ ใช้ได้บางคน บางที บางเวลา  แต่กะ กากมะนาวนี้ ไม่สำเร็จแน่นอน

เราเคยมีบุญคุณอะไรกะ กากมะนาวตัวนี้ไหม  ตอบเลยว่า ไม่มี  
คนที่มีบุญคุณด้วยทุกคนในชีวิตเค้า เค้าก็เนรคุณด้วยหมด ถ้วนทั่วไป นับเป็นความเสมอภาค อย่างยิ่ง คงเส้นคงวา

แม้จะยกย่องให้เกียรติ ให้ทรัพย์ ความเป็นใหญ่ อย่างไร ก็ไม่มีที่ในจิตใจเค้าจะกลับมา ตอบแทนคุณ กลับจะมาเนรคุณหนักเข้าไปอีก เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เค้าทำได้ดี  ทำเป็น และเห็นผล จนสร้างชื่อ

แต่ขอบอกกับคนที่ใช้ ให้ตังค์เค้าอยู่ตอนนี้เลยละกันนะ ว่า

คุณ คือ ผู้ ที่ อยู่ ใน คิว ที่ เค้า จะ 
เนร คุณ แน่ นอน   
ฟันธง

สมดังพุทธพจน์ที่ว่า   
นตฺถิ พาเล สหายตา   
ความเป็นสหาย ไม่มีในคนพาล

ก็พาลซะขนาดนี้ มันจะเห็นคนที่เคยมีคุณกะมันได้อย่างไร
แล้วยิ่งอยู่ด้วยผลประโยชน์ แน่ใจหรือว่าผลประโยชน์ที่ให้ไป มันจะปิดปากพล่อยๆ ของกากมะนาวตัวนี้ไว้ได้

น่าเป็นห่วงอนาคต กากมะนาวตัวนี้จริงๆ  ในฐานะที่ครั้งหนึ่งแม้จะนานมากแล้ว เคยเป็นศิษย์ร่วมสำนัก แม้ว่าจะทรยศคิดคด เนรคุณต่อครูบาอาจารย์  ก็ยังรู้สึกสงสาร แต่ทำอย่างไรได้ กรรมที่ก่อไว้ ก็คงส่งผลในเวลาอันใกล้นี้  

 เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล  หรือ นกสิ้นเกาฑัณฑ์ซ่อน  ... 



คำเหล่านี้ก็ใช้กันมาสม่ำเสมอ เพราะมีแต่คนที่ไม่ใช่คนเท่านั้น ถึงเก็บความลับไว้ได้ตลอดกาล... 

แม้ว่าจะสงสารมากเท่าไหร่  แต่ด้วยความรู้ ความสามารถ คุณธรรมอันน้อยนิดที่มีนี้ ก็ไม่สามารถที่จะไปชักจูงคนเนรคุณ ขนาดนี้ให้กลับมาอยู่บนทางแห่งความดีได้ ก็ได้แต่ทำใจ  คนอย่างนี้จะให้อะไรล่ะ ถึงจะเป็นที่พอใจ เปิดใจ เปลี่ยนใจ ได้ เพราะแม้สมบัติ คือ แผ่นดิน ให้ไปก็ยังไม่พอใจ อยู่ดี 

สมดังพุทธภาษิตที่ได้ตั้งไว้ ณ เบื้องต้นว่า

สพฺพญฺเจ ปฐวี ทชชา, นากตญฺญุมภิราธเย 

ถึงจะให้แผ่นดินทั้งหมด ก็ยังคนอกตัญญูให้ยินดีไม่ได้ 


มีนัยดังได้พรรณา มาด้วยประการฉะนี้


จบเรียงความแก้กระทู้ธรรม...ให้คะแนนด้วยนะ อ้อ แล้วช่วยๆ กันส่งต่อ เผื่อจะไปถึงคนที่ใช้งาน กากมะนาวอยู่   

เป็นห่วงนะ
วิ. 1 กค. 59

  

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

วิญญาณปู่จะร้องว่าไง

สยามประเทศวันนี้ ถอยหลังไปพันปีอยู่ในยุคเดียวกันกับที่  เติร์กบุกรุกเข้าอินเดีย ทำลายมหาวิทยาลัยสงฆ์ นาลันทา ขจัดพุทธศาสนาให้สูญหายไปจากประเทศอินเดีย

ข่าวคราวเกี่ยวกับการจ้องทำลายล้างพระ จากภาคส่วนรัฐ มีให้เห็นเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ  การที่ให้อำนาจบางอย่างแก่จะว่าพระก็ใช่ที่ แต่ก็นุ่งห่มแบบพระ เรียกตัวเองว่าเป็นอิสระต่อพระพุทธเจ้าแล้ว จะหมายอย่างไร ก็สุดจะคาดเดา ให้ไปเที่ยวฟ้องร้อง เป็นเครื่องมือทางการเมือง นำมาทิ่มทำลายล้างคณะสงฆ์ เพราะมีแต่สงฆ์เท่านั้น ที่ใช้กฏหมายสงฆ์



แม้ว่า พระสงฆ์ส่วนใหญ่ ไม่เอาด้วย ทำอุกเขปนียกรรม ขับไล่ ออกไปจากหมู่สงฆ์แล้ว
แม้ว่า จะมีภาพการขูดรีด กรรโชกทรัพย์ รับเงิน อาบัติหนัก
แม้ว่า จะมีภาพนำอันธพาลไปทำร้ายทำลาย ทั้งคนและทรัพย์สิน ผิดวิสัยพระ
แม้ว่า จะเดินฟ้องร้อง ขับไล่ ทั้งพระทั้งคน



รวมๆแล้ว ก็เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมแก่สมณเพศด้วยประการทั้งปวง

แต่ทางภาครัฐ ก็ไม่ออกมากล่าวว่า หรือ จะหยุดยั้งพฤติกรรมเหล่านั้น กลับเห็นภาพของข้าราชชั้นผู้ใหญ่ นักการเมือง เข้าไปกราบไหว้

จนประชาชนตาดำๆ ได้แต่นั่ง  งง ว่าตกลงพระสามแสนองค์ในเมืองไทย หมดสภาพไปแล้วเหรอไง ถึงได้ชื่นชม ผู้ที่ทำตัวแบบนี้

ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ คือ ทำตัวอย่างนี้ใช่ไหม....

หลายปีมานี้ ภาพข่าวของพระพุทธศาสนาที่ได้ลงฟรีในหนังสือพิมพ์มีอย่างเดียว คือข่าวไม่ดี ข่าวเสียหายของพระภิกษุ หรือพระพุทธศาสนา  ส่วนข่าวที่พระทั้งประเทศทำกิจกรรมดีๆ มากสักเท่าไหร่ ก็ไม่มีผล ไม่มีข่าวดีในหน้าหนังสือพิมพ์

ยิ่งช่วงหลายเดือนใกล้ๆที่ผ่านมานี้ ก็มีข่าวใหญ่ การต่อสู้ ระหว่างรัฐ กับ วัดพระธรรมกาย ที่ทำให้ภาพของพระพุทธศาสนาที่มีสภาพเปราะบางอยู่แล้ว ยิ่งหนักเข้าไปอีก
หลังจากที่ฝ่ายรัฐบุกวัดพระธรรมกาย มาหลายเดือน มาช่วงนี้ ก็เริ่มบุกไปตามวัดต่างๆทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายหรือไม่

หลายวัดเริ่มมีผลกระทบ บ้างก็เหตุเพียงแค่ มีต้นไม้ล้มวัด พระตัดไม้ เผอิญเป็นไม้พะยูง ซึ่งเป็นไม้ที่ขึ้นทะเบียนห้ามตัด  แล้วจะให้ทำอย่างไง ล้มอยู่ในวัด แค่นี้ ก็จับพระท่านไปเปลื้องจีวร จับเข้าห้องขังไปหลายคืน ( http://www.thairath.co.th/content/520262 )

พระขอความเป็นธรรม http://www.thairath.co.th/content/520262
วันนี้พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพยอม ได้ออกมาเขียนถึงภาครัฐไว้ คัดมาสั้นๆ

ปัญญาอ่อน? / โดย พระพยอม กัลยาโณ
On June 29, 201

เรื่องให้ไปตรวจสอบสาขาวัดพระธรรมกายที่โน่น ที่นี่ ที่นั่น แล้วทำแบบไม่รอบคอบ ก็ไปเข้าทางโฆษกวัดพระธรรมกาย คุณองอาจ ธรรมนิทา ที่พูดได้เยี่ยม นิ่มๆ

ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะด่าเช็ดเลยก็ได้ ส่งไปตรวจที่เชียงใหม่ โคราช รุกป่าเขาอุทยานหรือไม่ รุกที่นิคมตัวเองไหม ไอ้นั่นมันพอจะเป็นไปได้ ที่เชียงใหม่เขาก็อยู่ในเมือง ให้ไปสำรวจว่าบุกป่ารุกเขา กินที่อุทยานป่าไม้อะไรหรือเปล่า


รายละเอียดเพิ่มเติมhttp://www.lokwannee.com/web2013/?p=225732


ได้เก็บภาพของวัดต่างๆ ที่ ภาครัฐได้เข้าไป ในช่วงนี้ มาให้ดูส่วนหนึ่ง
วัดระยะอาคารกันเลย ที่อยุธยา
กิ่วลม เชียงใหม่
ลพบุรี 

วัดหนองไผ่ล้อม ปราจีน
บางปะหัน อยุธยา มาสี่รอบ


วัดผาซ่อนแก้ว ก็โดนเรื่อง องค์พระยื่นล้ำ
ห้วยตองศักดิ์ เชียงใหม่ ก็แวะมา
ถ้ำเขาวง นครราชสีมา
เพชรบูรณ์ เอาGPSมาตรวจหลักเขตกันเลย
หลักเขตเพชรบูรณ์ก็มีแล้ว ฉโนดก็มี จะทำอะไร
พิษณุโลก เดินหาหลักเขตกันใหญ่
ประจวบฯ ยกพลมาตรึม
แพร่ ก็ขยัน ไม่แพ้ที่อื่น
สงขลา ก็ไป สงสัยจะไปถวายปัจจัยร่วมบุญ

วัดเสือ ก็โดน กลายเป็นวัดไม่มีเสือ



ที่ยกมานี่เพียงเป็นภาพส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จะเห็นว่า รัฐมีความขยันเข้าตรวจสอบ ในวัดวาอาราม ทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีการตัดงบประมาณสนับสนุนทางพระทั้งหมด  บางจังหวัดขอเรียกเงินที่สนับสนุนไปแล้วถึงมือพระ ถึงวัดแล้ว นำไปใช้แล้ว ขอคืน ก็ยังมี

เรียกว่า บังคับกันอย่างแรง  ต่อจากเข้าค้นแล้วจะอย่างไร หาข้อหา  จับพระ ปิดวัด ยึดที่ อย่างนี้หรือเปล่า  เรื่องขนาดนี้คงไม่ใช่บังเอิญ คงต้องมีการวางแผนการ จากใครหรือหน่วยใด
ถ้าสักวัน ข้อมูลที่สามารถเปิดเผย และ พูดได้ในสาธารณะ เปิดกว้างอย่างเต็มที่
คงไม่มีความลับในเรื่องนี้อีกต่อไป

แต่ ณ วันนี้ ก็คงยังต้องปิดปาก เก็บความเอาไว้ รอวันเวลาที่จะขยายต่อไปในอนาคต

ก็หวังว่า เค้าคงจะไม่เอาถึงขนาดจะเปลี่ยนศาสนาประจำประเทศกัน..  

คุณผู้อ่าน มีความเห็นกับเรื่องนี้ว่ารัฐควรทำตัวอย่างไง ช่วยบอกที

วิ.29 มิย.59

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ทำไงได้ เกิดเป็นคนดี



เรารักการทำความดี 
  เรารักการนั่งสมาธิ การปฏิบัติธรรม 
    เราช่วยสังคม ช่วยพระพุทธศาสนา 
      เราทำความดีมาตลอดชีวิต  

การทำดีของพวกเรา ทำให้พวกที่
ขายเหล้าเดือดร้อน  
  ขายยาเสพติดเดือดร้อน 
    อบายมุขเดือดร้อน 
      พวกผีพนัน เดือดร้อน 

 เพราะเราต่อต้าน เราไม่เอาด้วย 
เพราะเป็นสิ่งที่พระศาสนาบอกว่าเป็นสิ่งไม่ดี   
แต่ส่ิงที่เราต่อต้าน มันเป็นธุรกิจของคนมีอำนาจ  

เราไม่อยู่กับความชั่ว คนชั่วฉันใด 
พวกคนชั่ว ความชั่ว ก็รังเกียจและอยากกำจัดเราฉันนั้น  

เราไม่แปลกใจที่ใครๆ ก็ออกมาด่า เพราะเราไปเหยียบหางมัน การทำความชั่วที่เคยทำมันทำลำบากขึ้น 




เพราะลูก หลาน ญาติพี่น้อง เริ่มหาทางใหม่มาเข้าวัด 
ก็มีความชัดเจนว่า อะไรคือความดี อะไรคือความชั่ว  

คนดี ทำดีง่าย  ก็เลิก ไม่ยุ่งกับความชั่ว ในบ้าน ก็แบ่งเป็นแสงสว่างและความมืด  

วัดเราก็ถูกด่าว่าเพราะเป็นผู้นำแสงสว่าง......​  
ใช้ปัญญาตรองหน่อยไหม 
ว่าการที่ทำสังคมนี้ให้เป็นพุทธแท้ ไม่เอาความชั่วนานาประการ  
มันถูกไหม   
หรือคุณคิดว่าไม่ใช่ ...  

ใครดีให้มันดีของมัน 
ใครชั่วก็เรื่องของมัน  
ปล่อยให้มันชั่วของมัน ไม่เกี่ยวกะเรา 
คิดแบบนี้มันจะใช่เหรอ

ลูกหลานเรา ส่งไปโรงเรียน วันนี้จะได้กลับบ้านไหม  
โตขึ้นมันจะไปตายคาป้ายรถเมล์ไหม 
หรือว่าไปโดนยาเสพติดตายไหม  
พ่อบ้าน แม่บ้าน เพื่อนบ้าน รอบตัวจะเป็นไง 
ถ้าสังคมนี้ ลงเหวกันไปหมด
แล้วเราเราจะอยู่กันอย่างไร.




คิดกันซะบ้าง อย่ามัวแต่ด่าแล้วไม่ทำ... อะไร

อย่างน้อยด่าวัด แล้ว ก็ไปช่วยกันลดละเลิก 
ความชั่วให้ได้สักอย่างก็ยังดี. 
ชวนคนทำความดีให้ได้สักคน.
ลองๆทำดู 
อย่าให้เกิดมาตายเปล่า

วิ.28 มิย 59

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559

มีครูไว้เพื่อ...







ปาเจราจริยา โหนติ คุณุตตรานุสาสกา

ข้าฯขอประณตน้อมสักการ   บูรพคณาจารย์        ผู้กอปรเกิดประโยชน์ศึกษา
ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา          อบรมจริยา             แก่ข้าฯในกาลปัจจุบัน
ข้าฯขอเคารพอภิวันท์            ระลึกคุณอนันต์       ด้วยใจนิยมบูชา
ขอเดชกตเวทิตา                  อีกวิริยะพา             ปัญญาให้เกิดแตกฉาน
ศึกษาสำเร็จทุกประการ       อายุยืนนาน            อยู่ในศีลธรรมอันดี
ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี       ประโยชน์ทวี           แก่ข้าฯและประเทศไทยเทอญ ฯ

ปัญญาวุฑฒิ กเร เต เต ทินโนวาเท นมามิหัง ฯ





คนในสยามประเทศนี้ ที่ผ่านการเรียนตามหลักสูตรของประเทศทั้ง ร้อยเปอร์เซนต์ คงไม่มีใครที่ไม่เคยผ่านการไหว้ครู คงจำวันคืนที่อยู่ในโรงเรียน ในวันนั้นได้

วันที่พวกเรายังนอบน้อม กราบไหว้ ทำพุ่มดอกไม้ ข้าวตอก ดอกมะลิ ดอกเข็ม ดอกมะเขือ สารพัดแบบที่แข่งขันกัน แต่ละชั้น แต่ละห้อง ก็เมียงมองแอบดู ความสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์ ของกันและกัน

เมื่อถึงเวลาวันงาน ได้กล่าวคำอันศักดิ์สิทธิ์ คำไหว้ครู

เพียงขึ้นคำว่า " ปาเจรา จริยา โหนติ... ความรู้สึก ที่ระลึกถึงพระคุณครู ก็เต็มตื้น มันเหมือนมีพลังที่ขยายตัวจากภายใน รวมกันไปทั้งหอประชุม

ตอนที่ตัวแทนเดินนำถือพานไปถวาย แก่คุณครู ทุกสายตาของนักเรียนพวกเรา ก็จับจ้องมองตาม

พวกเราจะเห็นภาพ คุณครูยิ้มแย้มอย่างอบอุ่น สายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ในขณะที่รับพาน ทั้งหลาย....

ภาพอย่างนี้ยังอยู่ในใจพวกเราเสมอ

เพราะคงไม่มีใคร ที่มาถึงวันนี้ได้ ถ้าปราศจากครู ผู้ชี้นำ สั่งสอน สิ่งต่างๆ มาวันนี้

ยิ่งบางคนบางท่าน บ้างมาจากชนบท เข้ามาเรียนในเมือง ในกรุง ได้อาศัยข้าวน้ำของวัดบ้าง ของคุณครูบ้าง ได้อยู่ ได้อาศัย 

บางท่าน ก็ได้อาศัยปัจจัยจากผู้อุปการะ ส่งเสียให้เรียน

ก็คงจะยิ่งคิดสิ่งเหล่านี้ได้ไม่ยาก ภาพที่ตราตรึงในใจไม่มีวันเลือน

ดร.ยุทธศาสตร์ กงเพชร ผอ.โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน กราบครูที่เคยสอน 


วันก่อนเห็นภาพผู้อำนวยการโรงเรียน ก้มกราบเท้าคุณครูที่เคยสอนตนเองเมื่อยังเยาว์ในวันไหว้ครู ในขณะที่ตนเป็นผู้บริหาร ภาพที่น่าประทับใจในคุณธรรมอย่างนี้ ทำให้เกิดความปิติปลาบปลื้ม เสมอ คนที่ประเสริฐขนาดนี้ ยังมีในสังคม

แล้ว... คนที่ประเสริฐ ต้องทำอย่างไร ต่อ ครู... ต่อผู้มีคุณ


นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ, กตญฺญูกตเวทิตา, ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี 

พุทธพจน์



สรุปที่คำว่า กตัญญู

เมื่อความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี  ในประเทศอื่นๆ เค้าคิดอย่างไงกับ ความกตัญญูบ้าง





  • กตัญญูเป็นการแสดงออกของจิตใจ อันสูงและประเสริฐ 
  • กลองจะดังต้องตี ศิษย์จะดีก็ต้องครู
จาก สุภาษิตจีน




ปัญญาชนพึงมีกตัญญูเป็นรากแก้ว มารยาทเป็นโล่ป้อง
มีความอ่อนน้อมเป็นสมบัติ มีความซื่อสัตย์เป็นหลักชัย

จากสุภาษิตขงจื้อ




  • “เทียนไขให้แสงสว่างแก่ผู้อื่นได้ด้วยการเผาไหม้ตัวของมันเอง” 
  • "บ้านยากจนจะเห็นลูกกตัญญู"
  • "ถ้าคิดอยากจะแสดงความกตัญญูฯที่มีต่อพ่อแม่ละก็ ให้รีบๆทำเสียแต่ตอนที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ "
สุภาษิตญี่ปุ่น


  • ดื่มน้ำต้องรำลึกถึงแหล่งที่มาของน้ำ
  • กินผลต้องสำนึกถึงบุญคุณของผู้ปลูก
  • ไม่มีครูอาจารย์ให้ความรู้เราก็ไม่สามารถประสบผลงานได้
  • บิดามารดาเป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเราเติบโต ส่วนครูคือผู้ให้ความรู้เพื่อเป็นคนที่มีประโยชน์ต่อสังคม
สุภาษิตเวียดนาม



Gratitude is a powerful expression of love and it can perform miracles in your life. 
ความกตัญญู เป็นพลังที่ก่อให้เกิดความรัก และ ยังสามารถให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ในชีวิต
unknown



Gratitude is the sign of noble souls. 
ความกตัญญูกตเวที เป็น เครื่องหมายของ จิตวิญญาณที่ สูงส่ง    


Aesop (c.620-560 BC)





As we express our gratitude, we must never forget that 

the highest appreciation is not to utter words, but to live by them. 



ในฐานะที่เรา แสดงความกตัญญู ของเรา เราต้องไม่ลืมว่า การชื่นชมสูงสุด ไม่ได้เกิดจากเสียงที่เปล่งออกมา แต่ จะมีชีวิต(จากการยอมรับ)โดยพวกเขา

John F. Kennedy



กตัญญูต่อบุคคล คือ ใครก็ตามที่เคยมีพระคุณต่อเรา ไม่ว่าจะมากน้อยเพียงไร จะต้องกตัญญูรู้คุณท่าน ติดตามระลึกถึงเสมอด้วยความซาบซึ้งพยายามหาโอกาสตอบแทนคุณท่านให้ได้ โดยเฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสงฆ์ บิดามารดา ครู อุปัชฌาย์อาจารย์ พระมหากษัตริย์หรือผู้ปกครองที่ทรงทศพิธราชธรรม จะต้องตามระลึกนึกถึงพระคุณของท่านให้จงหนัก ให้ปฏิบัติตัวให้เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นศิษย์ที่ดีของครูอาจารย์ เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ และเป็นพุทธมามกะสมชื่อ


พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ. มงคลชีวิต ฉบับ "ทางก้าวหน้า". 
หน้า 226-8. ISBN 974-92111-5-4




เรื่องนี้ คนทั้งโลกมีความเห็นตรงกันว่า ความกตัญญูเป็นเรื่องที่นำมาซึ่งให้ถึงความเจริญ แห่งชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่ทำอาชีพสาย ครู ที่ต้องอบรมสั่งสอนศิษย์ทุกเมื่อเชื่อวัน 

แต่ก็เป็นเรื่องแปลกอีกเรื่องที่ ในสุภาษิตภาษาไทย มีการบัญญัติคำ ที่เป็นการกระทำที่ตรงกันข้าม กับความกตัญญูไว้ด้วยเช่นกัน

เช่น  “ศิษย์คิดล้างครู” หมายถึง บุคคลที่เนรคุณต่อคนที่เคยประสิทธิ์ประสาทความรู้และศิลปะวิทยาการให้

ยังมีคำ อื่นๆ เช่น วัดรอยเท้า, กินบนเรือนขี้รดหลังคา ควายทรพี เป็นต้น 


คำเหล่านี้ จะเกิดก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์ มีตัวบุคคล แล้วจึงมีคำเพื่อมาใช้แทนตัวสิ่งนั้น 






ในยุคดิจิตอลนี้ จากเรื่องของวัดพระธรรมกาย ความกตัญญู เราก็มีให้เห็นอย่างมากมาย เราเห็นศิษยานุศิษย์ ออกมาเรียกร้องให้สังคมมอบความเป็นธรรมให้กับ หลวงพ่อที่เหล่าศิษย์เคารพศรัทธา ช่วยกันดูแล ปกป้องภัยต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยไม่เห็นแก่สิ่งที่ตนเองอาจจะประสบปัญหา ถึงขั้นว่ามีคำพูดว่า


"ชีวิตนี้เป็นผู้เป็นคนมาได้ ก็เพราะหลวงพ่อชี้ทางให้ ถึงเวลานี้จะได้ตอบแทนบุญคุณที่หลวงพ่อให้ แม้ด้วยชีวิต"


คำแบบนี้กู่ก้องอยู่ในใจเหล่าศิษย์ทั้งหลาย



แต่ก็คงไม่ใช่ทั้งหมด เมื่อมีขาวก็มีดำ มีสว่างก็มีมืด 
มีสุภาษิต ก็มีทุภาษิต


ในขณะที่ด้านหนึ่งทำความกตัญญูให้เห็นจับต้องได้ ฟากฝ่ายที่ทำความอกตัญญูให้จับต้องได้ ก็ไม่หยุดนิ่ง กู่ก้องระดมความคิดล้างครูในใจทุกอนุวินาที ทำความเนรคุณ ดุจควายทรพีที่เฝ้าคิดกำจัดผู้ให้กำเนิดตน หาเหตุ หาเล่ห์ หาความใส่ร้าย ครูผู้สอน ครูผู้ให้หนทาง ครูผู้เลี้ยงดูส่งเสียให้เรียนจนจบ ต่างประเทศ มีแนวคิดที่จะต้องเนรคุณผู้มีคุณทุกรูปแบบ


เมื่อความกตัญญูเป็นเรื่องที่นำมาซึ่งให้ถึงความเจริญแห่งชีวิต แล้วไซร้บุคคลผู้มีแนวทางอกตัญญูต่อครูผู้นี้จะไปถึงซึ่งความ... อย่างไรในชีวิตนี้


เรื่องนี้ไม่พูดถึงว่าคือใคร แต่ คุณก็รู้ว่าใคร.. ที่แปลกมากกว่าคือ คนคนนี้ยังไปทำอาชีพในขบวนการการศึกษา อีก... แล้วรุ่นต่อไปจะเป็นไงเมื่อได้ คนเนรคุณมาเป็นครู..


วิ.27 มิถุนายน 59