โดยไม่มีเหตุผลอะไรเป็นเครื่องพิสูจน์"
- พุทธทาสภิกขุ
ในช่วงเวลาที่คณะสงฆ์ กำลังมึนงงกับการปล่อยอาวุธ ของภาครัฐทีมีต่อคณะสงฆ์ เช่น
รัฐไล่พระออกจากวัดช่วงก่อนเข้าพรรษา จะให้ไปอยู่ที่ไหน ก็ไม่ทราบ รัฐทำท่าอย่างกะต้องการให้วัดกลับมาร้างเพิ่มจำนวน
รัฐไม่สนับสนุนการบวชทุกกรณี เหมือนกับต้องการตัดบุคลากรทางศาสนาให้หมดสิ้นไป
แม้แต่ประมุขสงฆ์ ก็คาเรื่องไว้สองปีกว่า ประเทศนี้ไม่มีประมุขฝ่ายสงฆ์มาสองปีแล้ว.. คนที่พูดว่ามาเร่งทำไม สงสัยไม่ได้นับวันเวลา
มาวันนี้ ดีเอสไอ ตั้งโต๊ะแถลงแจ้งข้อกล่าวหา สมเด็จวัดปากน้ำ
แต่สำนักพุทธ ก็ออกมาชี้แจงว่า ยังไม่มีข้อกล่าวหา เช็คแล้ว
ใครเป็นข่าว.. ก็ งง ซิ จะเป็นไง
คณะสงฆ์ทำท่าว่าจะออกมารวมกัน หารือว่าจะรับมืออย่างไร
แต่ก็มีบางรูป มีความเห็นต่างว่า
เพราะที่ออกมานี่แหละทำให้ฝ่ายรัฐ โมโห เลย แจ้งข้อกล่าวหาให้หลวงพ่อสมเด็จ...
โถ..คิดไปได้
ก็ไม่ทราบว่าท่านได้สัญญาน หรือ ว่าได้สัญญาอะไรไว้กับใคร หรือ ใครมาให้สัญญาอะไรท่าน ท่านถึงได้คิดว่าการที่พระมากมายอยากจะเดินไปบอกท่านนายกให้รีบเสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราช ตามมติ มส.นั้น เป็นการไปทำความรำคาญใจให้กับนายก
เห็นมิตรเป็นเรื่องน่ารำคาญ
เห็นผู้มีอำนาจ ที่ทำตัวเป็นศัตรูพระศาสนา เป็นที่พึ่ง
ขอให้ข้อความเหล่านี้จงไปถึงที่เกิดเหตุนั้นด้วยเถิด ให้ท่านผู้ที่เกี่ยวข้องทางฝ่ายสงฆ์ได้ตาสว่าง เห็นมิตรเป็นมิตร เห็นศัตรูเป็นศัตรู หาทางแก้ไขร่วมกัน ทำความปรองดองในหมู่สงฆ์ให้เป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน
เพราะหากว่า ศัตรูของพุทธศาสนาทำงานได้สำเร็จ บ้านเมืองนี้จะไม่มีให้สงฆ์ได้อาศัยอยู่เหมือนดังแต่เก่าก่อน ไม่ว่าท่าน หรือ ว่าเราขึ้นชื่อว่าสงฆ์ คงหมดไปจากแผ่นดินด้วยกัน
"อย่าไว้ใจศัตรู ที่สัญญาว่าจะเป็นมิตรกันต่อไป
โดยไม่มีเหตุผลอะไรเป็นเครื่องพิสูจน์"
- พุทธทาสภิกขุ
แล้วพวกเราญาติโยมล่ะจะทำอะไรกัน
ไม่ต้องทำอะไรอื่นทั้งนั้น นอกจาก
เข้าวัด ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม กันให้เต็มวัด
ใครจะมาเยี่ยมแบบไม่รับเชิญจะได้เกรงใจบ้าง
วิ. 24 กค. 59 00:44
ไม่ต้องทำอะไรอื่นทั้งนั้น นอกจาก
เข้าวัด ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม กันให้เต็มวัด
ใครจะมาเยี่ยมแบบไม่รับเชิญจะได้เกรงใจบ้าง
วิ. 24 กค. 59 00:44


