วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ชอบแบบไหน ก็ไปแบบนั้น

รูปปากหอยปากปู จากอินเตอร์เนท
อาจจะไม่เกี่ยวกะเนื้อเรื่อง มั้ง

ชอบว่า ก็ว่าไป
ชอบด่า ก็ด่าไป
ชอบบวช ก็บวชไปและกัน

มีคนบอกว่า ที่พระสารีบุตรมีศิษย์กี่องค์ต่อกี่องค์ก็เป็น สายปัญญาหมด มีความฉลาด มีความรู้ภูมิธรรมสมกับที่อาจารย์เป็นเลิศด้านปัญญา
ส่วนศิษย์พระโมคคัลลา ก็เป็นสายฤทธิ์ มีฤทธิ์เยอะ ฤทธิ์มาก เหาะเหินเดินอากาศ ทะลุน้ำ ทะลุกำแพงนี่เรื่องเล็ก  ขนาดครั้งหนึ่งพระโมคคัลลา อาสาจะพลิกง้วนดิน กลับขึ้นมา  คือ ถ้าโลกเป็นผลมส้ม คือจะเอาเนื้อในออกมาไว้ข้างนอก น่ะ อะไรทำนองนี้  ศิษย์สายนี้ ก็มีฤทธิ์ทุกคน

คือ ท่านใช้คำว่า อายตนะ ดึงเข้าหากัน คือ คนแบบไหน ก็ไปรวมกัน เนื้อรวมอยู่กับฝูงเนื้อ  คนรวมอยู่กับฝูงคน ผู้มีปัญญาอยู่กับผู้มีปัญญา  ส่วนคนโง่ ย่อมรวมกันอยู่โดยไม่รู้สึกตัว

ชอบว่า ก็จะได้คนที่ชอบว่า แวดล้อม ว่ากันไป ว่ากันมา ก็ชอบ ก็คงไม่เดือดร้อน
ชอบด่า ก็จะได้คนที่ชอบด่า แวดล้อม ด่ากันไป ด่ากันมา  ชอบด่าคนอื่น แต่ว่าคนอื่นมาด่าจะชอบไหม

ส่วนชอบบวช สร้างบุญกุศล ก็สร้างกันเข้าไป ใครว่า ใครด่า ใครจับใคร ก็เรื่องของเค้า ส่วนเราๆ ก็สร้างบุญกันให้สนุก เดี๋ยวก็หมดชาตินี้แล้ว  ชาติหน้าก็ไม่รู้จะมาเร็วขนาดไหน มาแล้วจะทำอะไรได้ไหมก็ไม่แน่

เอาของเป็น ที่ยังไม่ตายคือตัวเรา แน่ๆ ไปก่อน ชาตินี้มาเจอพระศาสนา หมู่คณะ ครูอาจารย์อย่างหลวงพ่อที่คอยชักชวนชี้นำให้เราสร้างบารมีอย่างยิ่งยวดแบบนี้ไม่ใช่ ว่าจะบังเอิญซะที่ไหน

ดูซิคนบางคนขนาดรู้จักชื่อ เคยเจอตัว  แต่มาเพื่อจะมาทำลาย ทำร้าย จะมาจับ แล้วได้ประโยชน์อะไร แก่ตนเอง แก่ส่วนรวมบ้างไหม

เมื่ออาทิตย์ก่อน ที่ยุโรป มีการบวชพระเณร ถึง 41 รูป   เป็นเณรแค่สองรูป  จากทั้งหมด 13 ประเทศ เป็นชาวยุโรป ซะเกือบหมด ที่เป็นคนไทย ก็ไม่กี่คน

อบรมใช้สี่ภาษา ไทย อังกฤษ เยอรมัน ดัชน์   เป็นการอบรมธรรมยาทยุโรป รุ่นที่สี่ ซึ่งทุกๆ ปีจะมีผู้มาร่วมอบรมจากสาขาต่างๆ ของวัดพระธรรมกาย มาอบรมและบรรพชาอุปสมบท รวมกันที่ วัดพระธรรมกายเบเนลักซ์ ที่ตั้งอยู่ในประเทศเบลเยี่ยม

วันนี้เอาภาพการอบรมมาให้คนเราๆ ร่วมอนุโมทนากัน เพราะเราชอบสร้างบารมี สร้างความดี เพราะรู้ว่า ชอบแบบไหนก็ได้แบบนั้น



ส่วนพวกชอบอย่างอื่น ก็ไปตามสะดวกนะขอบอก
วิ.14 กค 59

























วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เมื่อใจไร้พรมแดน



เมื่อใจไร้พรมแดน
โลกใบนี้ไม่เคยมีเจ้าของ


ปลายฤดูร้อน ปี 59เมื่อใจไร้พรมแดน
โลกนี้ไม่เคยแบ่งแยก 

อะไรที่แบ่งแยก
ตั้งแต่ตั้งกัปป์ขึ้น คือเมื่อโลกได้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา จากการทำลายล้าง ไปรอบแล้วรอบเล่า เมื่อเกิดมนุษย์ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย มารวมกันอยู่ แผ่นดินนี้ก็ยังเป็นแผ่นดินเดิม ภูเขา ต้นไม้ ใบหญ้า ก็ยังเป็นเช่นเดิม  สายธาร ท้องฟ้า ก็ยังคงเดิม  ทำไมจะต้องขีดเส้นแบ่งแยก  แผ่นดิน  ทะเล ภูเขา แม้แต่น่านฟ้าก็ยังถูกแบ่ง



เพราะแค่ความรู้สึกที่รังเกียจกัน  
เพราะแค่ภาษาที่สื่อสาร แตกต่างกัน
เพราะอาหารที่ทานแตกต่าง
เพราะ......​แตกต่าง
เพราะความคิด ที่แตกต่าง

แล้วทำไมถึงคิดต่าง   ก็เพราะเราตกลงไปในกระแสกิเลส  ความต้องการที่ไม่สิ้นสุด เราไม่ได้เห็น ไม่ได้คิด ไม่ได้เป็นอย่างที่มันเป็น   แต่เราเพียงแค่อยากให้มันเป็นอย่างที่เราอยากให้มันเป็น   

รวมทั้งเราอยากให้คนอื่น สิ่งอื่น เป็นอย่างที่เราอยากให้มันเป็น  เราจึงพยายามบังคับ ปรับเปลี่ยนไปตามใจเรา 




ได้ยิน ท่านผู้เป็นนักปฏิบัติท่านหนึ่ง กล่าวว่า  คำว่า อวิชชา  ที่เรามักแปลว่า ความไม่รู้ ที่เราทราบว่า เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดทั้งมวล

มันไม่น่าใช่ แค่ความไม่รู้   ถ้าเราใช้การแปลเปรียบเทียบ คำว่ามนุษย์ กับ อมนุษย์  ไม่ได้แปลว่าไม่มี แต่แปลว่า ไม่ใช่

อวิชชา ถ้าแปลว่าไม่ใช่วิชชา   วิชชา คือ การหลุดพ้น    เมื่อสิ่งที่ตรงข้ามการหลุดพ้น ก็คือ ขั้นตอน ขบวนการที่จะให้เราไม่สามารถไปถึงซึ่งความหลุดพ้น  

เมื่อวิชชา เป็นขั้นตอนวิธีการ เพื่อการหลุดพัน เป็นของฝ่ายพระ
อวิชชา ก็เป็นขั้นตอน ระบบ การดำเนินการ เพื่อขัง สรรพสัตว์ไว้ใน สังสารวัฏฏ เป็นของฝ่ายมาร

มารไม่ได้ไม่ทำอะไร  แต่ทำ อวิชชา เป็นขั้นตอน ระบบ  
ไม่ได้มึนๆ แต่ทำเรื่องราววุ่นวาย ขัดขวางพระทุกรูปแบบ ทุกทาง ทุกที่ ใส่ความ ใส่ร้าย ใช้กฏหมู่ กฏหมาย พยานเทียม  มารทำและทำตลอดเวลา





ในสังคมยุคปี 59 นี้  การแตกแยก  ทางความคิด วัฒนธรรม แบ่งฝ่าย แบ่งพวก  ชัดเจน  เหมือนน้ำมันกับน้ำไม่ปะปนกัน แม้จะเดินปนเปกันไปมา แต่ก็ไม่ปนกัน 

หลับตา ทำใจหยุดนิ่ง ให้ใจตกตะกอน  
ให้มองผ่านม่านหมอกของอวิชชา ออกไป มองไปทุกสิ่ง ให้เห็นสรรพสัตว์  สรรพสิ่ง ตามความเป็นจริง ตามที่มันเป็น 

คน  ก็ แค่หุ่นเชิดของ  ความดี กับความชั่ว  อยู่แต่ว่า ใจจะเปิดรับฝั่งไหน
ตอนนี้ มันสับสนทางความคิดเหลือเกิน  มากเกินไป

ไม่น่าเชื่อเลยว่า เมื่อทุกคนมีความคิดตรงกัน สามารถทำให้บ้านเมืองวุ่นวายได้ขนาดนี้
ตรงกัน ใช่ ตรงกัน  อย่างเดียวกันเลย  ทุกฝ่ายต่างก็คิดว่า
ฝ่ายที่อยู่ตรงข้าม มันเลว มันผิด มันต้องหายไปจากโลกนี้

ถ้าคิดตรงกัน แบบนี้ ก็เป็นการคิดแบบ อวิชชา เป็นขั้นต้นของการทำลายล้างให้พินาศไป  แต่คิดกลับเข้ามา ว่า ฝ่ายตัวเรานี่เอง ที่มีปัญหา  มีความเลว มีความไม่ดี  ที่จะต้องแก้ไป ปรับปรุง ไม่ใช่ ใคร   ตัวเราเอง จักรวาลนี้ อยู่ในตัวเรา  จะให้สังคม โลกนี้เป็นเช่นไร เราทุกคน ทำได้ โดยเริ่มที่

ตัวเรา

เดินตามทางสายวิชชา 
หลับตา  สงบใจ  เดินทางสายกลาง  ที่เดินกลางเรื่อยไป   เมื่อทุกข์ มีเหตุคือความอยาก มีอวิชชาอยู่เบื้องหลัง  ทำใจให้สงบ ทิ้งนิวรณ์ทั้งหลาย ให้ไปถึงหนทางสายกลางอันประเสริฐ ที่มีความถูกต้องทั้งแปดเป็นผลที่ให้รอผู้ไปถึงเสพรส แห่งธรรมอันประณีต 

หลับตา  พรมแดนก็หายไป  ความขุ่นเคือง ความเกลียดชัง ก็หายไป
หลับตา หยุดใจ เดินสายกลาง ที่อยู่กลางของกลาง เรื่อยไป

ความไม่เข้าใจ ก็ เป็นความเข้าใจ  
ความเกลียด ก็เป็นความเมตตา
ความไม่เข้าใจด้วยภาษาพูดก็เข้าใจกันด้วยภาษาใจ  

การคิดแบบเดียวกัน ที่มองเข้าหาตัว ก็นำไปสู่ความสงบสุข
คิดให้ตัวเรามีความเมตตา  คิดให้คนอื่นมีความสุข  

จะเอาอย่างไง  จะให้ร้อนไหม้ กันไปจนหมด ก็ทำอย่างที่กำลังทำเถิด
แต่ถ้าต้องการให้เกิดความ สงบ ร่มเย็ม ก็จงหยุด แล้วค่อยๆ พิจารณา เถิด

ท่านผู้สวม อำนาจ เหมือน หมาป่าสวมหนังราชสีห์ 
วางลง ก็ ปลงได้  นำความเจริญกลับมาเถิด  



ก่อนที่ อวิขขา จะเฟื่องฟู ทุกผู้คนจะตกลงไปในระบบของ อวิชชา มือมาร..... 

วิ. 6 กค.59

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

นี่ไง..ระบบยุติธรรม

พระราชธรรมนิเทศ (พยอม กลฺยาโณ)  

พ.ศ.นี้ ไม่มีใครในประเทศไทย ที่ไม่รู้จักพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพยอม แห่งวัดสวนแก้ว  
บางท่านอาจจะฟังท่านเทศน์มาตั้งแต่เป็นเทปคาสเซ็ท  เก็บกันเต็มตู้ จนเดี๋ยวนี้ เปิดยูทูป ฟังกันทั้งเดือนก็ไม่หมด มีทั้งภาพและเสียง ลีลาที่ท่านเทศน์ เนื้อหา เป็นตัวอย่างให้กับพระจำไปเทศน์ มากมาย

ท่านเป็นเสาหลักในการเผยแผ่ มานานนับสิบปี ใครจะไปคิดว่า วันหนึ่งท่านต้องสูญเงินเป็นสิบล้าน ทั้งๆที่ ทุกอย่างที่ท่านทำ ถูก กฏ หมาย  ทุกประการ

ซื้อที่ดิน ที่มีโฉนด ในราคา 10 ล้านบาท เพื่อจะได้ขยายงานพระศาสนา  ความตั้งใจที่ดี ทำถูกต้อง  แต่ที่ที่มาขายท่าน มีคนไปขอศาลให้ออกฉโนด เพราะเข้าครอบครองปรปักษ์  ศาลพิจารณาแล้วก็ ออกให้ 

แต่หลังจากนั้น เมื่อเกิดการซื้อขายระหว่าง หลวงพ่อพยอมกับคนขายที่ เรียบร้อยแล้ว กลับมีคนฟ้องร้องเอาที่คืน บอกว่าที่นี่ ออกฉโนดซ้อน  

เอ้า....​แล้วอย่างไงล่ะ คราวนี้   








เพลงพระยอม  คาราบาว
ตอน1

ตอน2

ตอน3




ข่าวจากผุ้จัดการ http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9500000038041

2 เมษายน 2550




หลวงพ่อพยอม ปลง! ประกาศงดรับกิจนิมนต์จากหน่วยงานราชการ หลังศาลพิพากษาเพิกถอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมูลนิธิสวนแก้ว และให้กลับไปเป็นของเจ้าของที่ดินเดิม วัดสูญฟรี 10 ล้าน ด้านที่ปรึกษามูลนิธิฯ เตรียมปรึกษาเรื่องการยื่นอุทธรณ์อีกครั้ง

วันนี้ (2 เม.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 19 ศาลจังหวัดนนทบุรี ศาลออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษาในคดีที่ นายจำนง หิรัญประดิษฐ์ และพวก ทายาทของ นางทองอยู่ หิรัญประดิษฐ์ ยื่นฟ้องศาลนนทบุรี กล่าวหาว่า การครอบครองที่ดินของ นางวันทนา สุขสำเริง และมูลนิธิสวนแก้ว ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมูลนิธิสวนแก้วคัดค้าน ว่า ได้ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวมาจาก นางวันทนา อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสำนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี สาขาบางใหญ่ ได้ออกโฉนดให้อย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ ศาลจังหวัดนนทบุรี ได้ตัดสินให้เพิกถอนการครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินของจำเลยที่ 1 คือ นางวันทนา สุขสำเริง และจำเลยที่ 2 คือ มูลนิธิสวนแก้ว โดยให้กรรมสิทธิ์ที่ดินกลับไปเป็นของ นางทองอยู่ หิรัญประดิษฐ์ ตามเดิม พร้อมทั้งให้จ่ายค่าทนายเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท

ก่อนหน้านี้ นายจำนง หิรัญประดิษฐ์ และพวกได้ร้องคัดค้าน ต่อศาลเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2546 ว่า การครอบครองที่ดินเลขที่ 8215 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เนื้อที่ 3 ไร่ 1 งาน 52 ตารางวา ที่ นางวันทนา สุขสำเริง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และครอบครองปรปักษ์ไม่ถูกต้อง ซึ่ง นางวันทนา ได้ขายที่ดินให้แก่มูลนิธิสวนแก้ว จำนวน 1 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา ต่อมาศาลพิจารณาจากหลักฐานแล้วตัดสินให้การครอบครองปรปักษ์ที่ดินของนางวันทนา เป็นโมฆะ

นายวิทูรย์ ศิริวิโรจน์ ที่ปรึกษามูลนิธิสวนแก้ว กล่าวว่า จะหารือกับพระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กลฺยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ก่อนว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ซึ่งขณะนี้พระพยอมรับกิจนิมนต์ไปเทศน์ที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยจะเดินทางกลับมาภายในสัปดาห์นี้

ด้าน พระพยอม ซึ่งอยู่ที่ศูนย์ร่มโพธิ์แก้ว สาขาวัดสวนแก้ว ตำบลบ้านแพ อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ทราบผลการพิจารณาคดีของศาลจังหวัดนนทบุรีที่พิพากษาให้เพิกถอนการครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินปรปักษ์ที่มูลนิธิสวนแก้วซื้อมาจาก นางวันทนา สุขสำเริง ให้กลับคืนสู่ นางทองอยู่ หิรัญประดิษฐ์ เจ้าของที่ดินเดิมนั้น เรื่องนี้จะไม่ฟ้องร้องใคร และปล่อยวางมานานแล้ว เพราะอยู่ในสมณเพศ จากนี้ไปจะงดรับกิจนิมนต์จากทุกส่วนราชการ ส่วนจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการมูลนิธิสวนแก้ว อย่างไรก็ตาม ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการครอบครองที่ดินก่อนออกโฉนด เพราะเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ครอบครองที่ดินปรปักษ์ อาจตกอยู่ในภาวะเดียวกับวัดสวนแก้ว และจะปักหลักอยู่ที่ศูนย์ร่มโพธิ์แก้ว จังหวัดบุรีรัมย์ ตลอดไป ส่วนมูลนิธิสวนแก้ว ที่จังหวัดนนทบุรีจะแวะเวียนไปดูแลเหมือนสาขาอื่น ๆ       

หลังจากดูวีดีโอ และ อ่าน เรื่องราวแล้ว คุณคิดว่า เรื่องนี้ ใครควรรับผิดชอบบ้าง


     

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แด่คุณครูทุกคน ฉบับแปล

จากบทความภาษาอังกฤษ 


ถอดออกมาเป็นภาษาไทย แบบ ไทยๆ แปลงนิดๆหน่อยๆ นิดนึงๆ เพื่อความเข้าใจนะ 




พลังแห่งความคิด
เราคิดอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น




คุณครู กับ ผู้บริหาร  :  คุณได้ทำอะไร ?
31 มกราคม 2011




เรื่องที่กินใจเรื่องนี้ ได้ถูกส่งต่อโดย Mr. Khalid Jehangir of The Lyceum School.
ก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้นี้เป็นอย่างสูง

แต่ฉันก็ได้รับการบอกจากคุณ Mr Rehan Vastani  ว่าเรื่องนี้ ได้นำมาจาก ยูทูปของคุณ Taylor Mali poem

ในชื่อเรื่องว่า “What Teachers Make”. 
คุณครูได้ทำอะไร ?


ข้อความ

เมื่อแขกเหรื่อได้มานั่งพร้อมกันที่โต๊ะอาหารมื้อค่ำ ก็ได้เริ่มพูดคุย กันเรื่องชีวิต

ชายคนหนึ่ง เป็นผู้บริหาร ได้กล่าวถึงปัญหา เกี่ยวกับระบบการศึกษา ว่า
“เด็กสมัยนี้ไปฟังจากใครก็ไม่รู้  ที่ได้แนะแนวให้เลือกทางชีวิต ว่าการเป็นครูเป็นสิ่งที่ดีที่สุด”

เขาหันหน้าไปทางหญิงคนหนึ่งแล้วถามว่า
“บาบารา คุณเป็นครูใช่ไหม ด้วยความสัตย์ถามจริงๆ เถอะ..  !  วันวัน คุณได้ทำอะไรบ้างไหม?”


ครูบาบารา  ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าซื่อสัตย์และเถรตรง  ได้ตอบอย่าง
เป็นกันเอง ว่า
“ คุณต้องการรู้ ว่าฉันทำอะไรบ้าง ?”  เธอหยุดนิดนึง แล้วก็เริ่มพูด

“ ฉันก็ ทำให้เด็กทำงานหนัก มากกว่าที่เด็กๆคิดว่า ตัวเองจะทำได้
ฉันได้ทำให้ คนที่ได้คะแนน C+ รู้สึกเหมือนกับเป็นผู้ชนะรางวัลการแข่งขัน ในระดับเกียรติยศ
ฉันได้ทำให้ เด็กนั่งอยู่ในห้องเรียน 40 นาที ในขณะที่ผู้ปกครอง ไม่สามารถทำให้เด็กนั่งอยู่กับที่สัก 5  นาที ถ้าไม่มีไอแพด เกมส์ หรือ หนังเช่า 

คุณต้องการรู้  ว่า ฉัน ได้ ทำ อะไร”   หยุดนิดนึง เธอมองที่ทุกคน รอบๆโต๊ะ
ฉันได้ทำให้เด็ก รู้จักสงสัย
ฉันได้ทำให้เด็ก ตั้งคำถาม

ฉันได้ทำให้เด็ก รู้จักขอโทษ และ รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ
ฉันได้ทำให้เด็ก มีความเคารพ และ รับผิดชอบในสิ่งที่พวกเขาทำลงไป

ฉันสอนเขาให้เรียนรู้การเขียน และ ให้ลงมือทำ  สอนให้เขารู้ว่า คีย์บอร์ดไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง
ฉันได้ทำให้เขา อ่าน อ่าน อ่าน 

ฉันได้ทำให้เขา คิดเลขให้ดู  ให้ใช้สมองที่พระเจ้าให้มา ไม่ใช่มัวพึ่งเครื่องคิดเลขที่มนุษย์สร้างขึ้น

ฉันได้ทำให้นักเรียนต่างชาติ ได้เรียนรู้ทุกอย่าง ที่เขาควรจะรู้เกี่ยวกับความเป็นชาติอังกฤษ ในขณะที่เขายังได้อนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมของเขาด้วย

ฉันได้ทำให้ ห้องเรียนเป็นที่ที่นักเรียนทุกคนรู้สึกปลอดภัย

สุดท้าย... ฉันทำให้พวกเขาเข้าใจว่าถ้าเขาใช้ความสามารถที่มีอยู่ ทำงานให้หนัก
และเดินตามเสียงของหัวใจ พวกเขาก็สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้

ครูบาบารา หยุดเป็นครั้งสุดท้าย กล่าวต่อว่า

และเมื่อมีใครพยายามตัดสินฉันด้วยคำถามว่า วันวันฉันทำอะไรบ้าง?

สำหรับฉัน เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง!

ฉันสามารถเชิดหน้าและทำเป็นไม่สนใจเพราะพวกนั้นเป็นคนเขลา

คุณต้องการรู้ใข่ไหมว่าฉันได้ทำอะไร 

ฉันได้ทำสิ่งที่แตกต่าง 

คุณล่ะ คุณได้ทำอะไรบ้าง คุณผู้บริหาร?
ผู้บริหารผู้ถามคนนั้น อ้าปากค้าง และนิ่งเงียบ


@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

บทความนี้ ได้ส่งต่อไปยังครูทุกคน ผู้บริหารทุกคน และทุกคนที่รู้จัก
แม้กระทั่งคุณครูส่วนตัวของคุณ  คุณแม่ คุณพ่อ พี่น้อง โค้ช หรือคนอื่นๆ

เป็นคำตอบลึกซึ้งมาก!


ประเด็นที่น่าคิด คือ คุณกำลังทำสิ่งที่แตกต่างอยู่หรือไหม?

กล้าที่จะฝัน
ตามความฝัน
ทำสิ่งที่แตกต่าง
จงสร้างตำนาน
ทำชีวิตให้มีความหมายที่น่าจดจำ

Nuruddin


แถมโคลงระดับครู สุนทรภู่ให้บทนึง

เฉน็งไอมาเวิ่งเว้า        วู่กา
รูกับกาวเมิงแต่ยา       มู่ไร้
ปิดเซ้นจะมูซ่า          เคราทู่
เฉะแต่จะตอบให้        ชีพม้วยมังระณอ


แปลเป็นภาษาคนได้ความว่า 

ไฉนเอ็งมาเว่าเวิ้ง                 ว่ากู
ราวกับกูมาแต่เยิง(ป่า)        ไม่รู้
เป็นศิษย์อย่ามาสู้            ครูเฒ่า
ชอบแต่จะเตะให้         ชีพม้วย มรนัง


แด่คุณครูทุกคน ด้วยดวงใจ ต่อไปไม่กล้ากับครูแล้วคร้าบบ


วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

io คุณโดนหรือยัง

IO
Information Operations 



ปฏิบัติการสารสนเทศ  



พูดง่ายๆ คือ การจะทำอย่างไรให้เราเชื่อ ในสิ่งที่เค้าอยากจะให้เชื่อ 

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอย่างไร 



ในทุกวงการก็มีการทำเรื่องนี้ อย่างมาก เช่น ในเชิงธุรกิจ จะให้เชื่อว่า ปากกา ไม่ใช่เอาไว้เขียนอย่างเดียว แต่เป็นศักดิ์ศรี 





   ปากกาถ้าเอาไว้เขียน ก็เหมือนกัน ห้าบาทสิบบาท ก็ซื้อได้แล้ว แต่ถ้าเป็นศักดิ์ศรีแล้ว แค่สัญลักษณ์ ยี่ห้อ แปะเข้าไป สีหยดเดียวแท้ๆ จากสิบบาท กลายเป็น หลักหลายพัน หลักหมื่น หลักแสนบาท ได้ 


ใช่ว่ามันจะเขียนแล้ว จะวิเศษอะไรกว่า แต่ว่ามันถูกทำให้ทุกคนเชื่อว่า ใครหยิบปากกานี้ออกมา ต้องไม่ใช่คนชนชั้นธรรมดา อย่างนี้เป็นต้น 



นาฬิกา ถ้าเอาเดินตรง ไม่คลาดเคลื่อนก็พอ อย่างนี้ราคาไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเอาศักดิ์ศรีด้วย อาจจะพอๆ กับซื้อรถได้คันนึง 



 มีตัวอย่างรูปภาพมาให้ดูสองรูป 



ให้อ่านข้อความบนรูปก่อน แล้วพิจารณาสิ่งที่เค้าอธิบายภาพให้ดี



 น่ากลัวใช่ไหมล่ะ งั้น





 ลองอ่านข้อความจากภาพนี้ก่อน แล้วกลับไปดูภาพอีกที 






ขำใช่ไหมล่ะ





 นี่แหละ สิ่งที่เค้าเอาข้อความมาทำให้เราเชื่อ 
ถึงตอนนี้มองอย่างไง ก็ต้องเป็นไปตามคำอธิบาย จากภาพสองแล้ว กลับไปเหมือนทีแรกไม่ได้ 

ความจริงก็เป็นอย่างนี้ เมื่อผ่านไปแล้ว ความจริงปรากฏ ก็กลับมาสงสัยว่าเชื่อไปได้อย่างไร  



หรือ ภาพนี้อีกที






 ผิดข้างใช่ไหม 





 เราถูกสัญลักษณ์ การแสดง ภาพวาด หลอกเท่าไหร่ กว่าจะถึงเนื้อแท้ของความจริง  
เรื่องราวในสังคมนี้ ก็เป็นอย่างนี้ ทุกวงการ 
ไม่ว่าจะการขายสินค้า 
ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ 
 การเมืองชวนเชื่อ ก็ใช้วิธีนี้ทำให้เราเชื่อไปโดยไม่รู้ตัว 





วัดพระธรรมกาย ก็เป็นวัดหนึ่งที่โดนระบบนี้จากผู้ไม่หวังดี ซึ่งอย่ารู้เลยว่าเป็นใคร ถูกทำให้เชื่อว่าวัดนี้ มีปัญหาเรื่อง การเงิน 
 เริ่มต้นที่เอาคำว่า พุทธพาณิชย์มาให้ก่อน 
ที่วัดไม่ได้ขายอะไร ข้าวก็แจก น้ำก็ฟรี มีตังให้ทำบุญได้อย่างเดียว 



ซื้ออะไรไม่ได้สักอย่าง 

ก็ยังมีคนเชื่อไปค่อนประเทศว่า วัดนี้ขายของประหลาดๆ ด้วยราคาแพงแบบ ไม่ใช่มีตังอย่างเดียว ต้องโง่ได้ที่ ถึงได้ซื้อได้ 



 พอพุทธพาณิชย์ มาสักพัก ก็ขายบุญ อืมม ขายบุญ ถ้าขายได้ ก็น่าจะซื้อได้ ก็เลย มีว่า 

จ่ายมากเลือกไปสวรรค์ชั้นไหนก็ได้ มันก็ว่าของมันไป พูดเองเออเอง ก็มันเชื่อไปแล้ว 



 คราวนี้ ก็มาลงที่รายละเอียด ตัวอาคารบ้าง ตัวบุคคลบ้าง ก็สรรหาจะทำให้เกิดเป็นภาพใหญ่ของกลุ่มคนที่มีปัญหา ตั้งแต่ตัวเจ้าอาวาส ถึง โยมที่มาวัด มีความคิดประหลาดที่ไม่สามารถจะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ มารวมกัน 

ดุจรังของมนุษย์ต่างดาว 



……?….?…..? เชื่อไปได้ 


วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ตกลงออกมาเดินได้ใช่ไหม...

http://news.sanook.com/1636837/

ประเทศก้าวหน้าไปมากจนตามไม่ทัน

ชุมชนศาสนาอื่นในประเทศไทย สนับสนุนชาวปาเลสไตน์  ออกมาเดินบนถนนอโศก ปิดถนนไปทั้งเส้น

ทำให้เห็นว่า โลกนี้มีการสื่อสารถึงกัน จริงๆ

กลุ่มนี้ไปประท้วงที่สถานทูตอิสราเอล เรื่อง ปาเลสไตน์  

ก็ไม่อยากไปเขียนเรื่อง ของศาสนานี้ ก็คงเป็นเรื่องของเค้า

แต่การออกมาชุมนุมแบบนี้ กลุ่มอื่นแดง เหลือง เขียว ช็อค น้ำเงิน ชมพู ดำ อะไร

 ก็ห้ามเดินมิใช่เหรอ


แล้วทำไมกลุ่มนี้ เดินเล่นบนถนนอย่างกับนอกชานบ้านตัวเอง 
ไม่เห็นมีอะไร

ในขณะที่ลุยวัดทุกวัด บุกรุกที่ป่าสงวน  รุกที่นิคมฯ​  แต่ในบางจังหวัด ให้ไปสร้างศาสนสถานของศาสนาอื่นที่ไม่ใช่พุทธในที่เขตป่าสงวน ผู้ว่ามอบให้เองเลย

ในขณะที่ระงับการช่วยเหลือทางด้านการเงินทุกอย่าง กับทุกวัด แม้ราชการจะมาบวช ก็ไม่ช่วยเรื่องบริขาร บอกจะบวชต้องหาเอง   แต่กลับสนับสนุนเงินหลักร้อยล้าน ให้กับต่างศาสนา

เอ๊ะ นี่มันอย่างไงกันแน่

ไม่ได้ถามชาวศาสนาอื่น

แต่ถามไปถึงภาครัฐ ว่าที่เค้าว่า ในการเมืองที่เค้ากล่าวหานั่น  ว่าท่านมีสองมาตรฐานอันนี้จริงไม่จริงไม่รู้  ถึงไม่รู้แล้ว ก็ไม่ถาม

แต่อยากถามว่า  ในภาคศาสนา  ท่านมีกี่มาตรฐาน ในการดูแล คุ้มครอง สนับสนุนกันแน่

นี่ถ้าวัดพระธรรมกายไปเดินเล่นแบบนี้วันนี้  พรุ่งนี้ปอเต็กตึ้ง ร่วมกตัญญู คงไม่ว่างไปที่อื่นแน่เลย

เจริญแท้
สยามหมดยิ้ม
วิ.1กค.59    วันประชาชนสนับสนุนงบประมาณแผ่นดินผ่านกองสลากฯ


รูปภาพจาก http://news.sanook.com/1636837/

อุทิศให้กากมะนาว..

สพฺพญฺเจ ปฐวี ทชชา, นากตญฺญุมภิราธเย 

ถึงจะให้แผ่นดินทั้งหมด ก็ยังคนอกตัญญูให้ยินดีไม่ได้ 


บัดนี้จักได้บรรยายขยายความตามพุทธภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้กับสาธุชน 


   ขึ้นบรรทัดแรกมาแบบนี้ก็ให้คิดถึงบรรยากาศสอบนักธรรม ธรรมศึกษา ปีนี้ที่บาวาเรีย พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพรหมเมธี  ได้เมตตาไปเป็นประธานเปิดสอบ พร้อมด้วยคณะมหาเถระหลายรูป ได้ให้แนวทางการทำงานแก่คณะสงฆ์ที่ไปเผยแผ่ในยุโรป 

ขอกราบขอบพระคุณ และ ขออภัยหากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่องครับ

ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี มีตัวแทนจากสำนักพุทธศาสนา  ไปด้วย  


ไปอ่านเจอ พุทธพจน์  ..

ขึ้นชื่อว่าพุทธพจน์ เป็นจริงตามนั้นเสมอ ไม่ว่าสถานการณ์ เวลา จะเปลี่ยนอย่างไร แต่ สิ่งที่พระพุทธเจ้า ตรัสไว้จะเป็นสัจจธรรม ไม่เปลี่ยนไปตาม จะเป็นเช่นนั้นเสมอ

"ถึงจะให้แผ่นดินทั้งหมด ก็ยังคนอกตัญญูให้ยินดีไม่ได้ "


เห็นประโยคนี้  คนวัดพระธรรมกายทุกผู้ทุกคน  จะมีความคิดไปทางเดียวกันหมด  

คิดถึงหัวกลมๆ หูกระต่ายแดงๆ หน้าตาประดับรอยยิ้ม แบบยิ้มสยอง


หลายคนที่เพิ่งรู้จัก ที่ผ่านมา ก็มักจะชอบแนะนำว่า เราไม่ควรทำอย่างนั้นอย่างนี้ เราควรช่วยเหลือเค้า เราต้องดีกับเค้า จนเค้าเห็นใจและเข้าใจเรา

ตรรกะนี้ ใช้ได้บางคน บางที บางเวลา  แต่กะ กากมะนาวนี้ ไม่สำเร็จแน่นอน

เราเคยมีบุญคุณอะไรกะ กากมะนาวตัวนี้ไหม  ตอบเลยว่า ไม่มี  
คนที่มีบุญคุณด้วยทุกคนในชีวิตเค้า เค้าก็เนรคุณด้วยหมด ถ้วนทั่วไป นับเป็นความเสมอภาค อย่างยิ่ง คงเส้นคงวา

แม้จะยกย่องให้เกียรติ ให้ทรัพย์ ความเป็นใหญ่ อย่างไร ก็ไม่มีที่ในจิตใจเค้าจะกลับมา ตอบแทนคุณ กลับจะมาเนรคุณหนักเข้าไปอีก เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เค้าทำได้ดี  ทำเป็น และเห็นผล จนสร้างชื่อ

แต่ขอบอกกับคนที่ใช้ ให้ตังค์เค้าอยู่ตอนนี้เลยละกันนะ ว่า

คุณ คือ ผู้ ที่ อยู่ ใน คิว ที่ เค้า จะ 
เนร คุณ แน่ นอน   
ฟันธง

สมดังพุทธพจน์ที่ว่า   
นตฺถิ พาเล สหายตา   
ความเป็นสหาย ไม่มีในคนพาล

ก็พาลซะขนาดนี้ มันจะเห็นคนที่เคยมีคุณกะมันได้อย่างไร
แล้วยิ่งอยู่ด้วยผลประโยชน์ แน่ใจหรือว่าผลประโยชน์ที่ให้ไป มันจะปิดปากพล่อยๆ ของกากมะนาวตัวนี้ไว้ได้

น่าเป็นห่วงอนาคต กากมะนาวตัวนี้จริงๆ  ในฐานะที่ครั้งหนึ่งแม้จะนานมากแล้ว เคยเป็นศิษย์ร่วมสำนัก แม้ว่าจะทรยศคิดคด เนรคุณต่อครูบาอาจารย์  ก็ยังรู้สึกสงสาร แต่ทำอย่างไรได้ กรรมที่ก่อไว้ ก็คงส่งผลในเวลาอันใกล้นี้  

 เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล  หรือ นกสิ้นเกาฑัณฑ์ซ่อน  ... 



คำเหล่านี้ก็ใช้กันมาสม่ำเสมอ เพราะมีแต่คนที่ไม่ใช่คนเท่านั้น ถึงเก็บความลับไว้ได้ตลอดกาล... 

แม้ว่าจะสงสารมากเท่าไหร่  แต่ด้วยความรู้ ความสามารถ คุณธรรมอันน้อยนิดที่มีนี้ ก็ไม่สามารถที่จะไปชักจูงคนเนรคุณ ขนาดนี้ให้กลับมาอยู่บนทางแห่งความดีได้ ก็ได้แต่ทำใจ  คนอย่างนี้จะให้อะไรล่ะ ถึงจะเป็นที่พอใจ เปิดใจ เปลี่ยนใจ ได้ เพราะแม้สมบัติ คือ แผ่นดิน ให้ไปก็ยังไม่พอใจ อยู่ดี 

สมดังพุทธภาษิตที่ได้ตั้งไว้ ณ เบื้องต้นว่า

สพฺพญฺเจ ปฐวี ทชชา, นากตญฺญุมภิราธเย 

ถึงจะให้แผ่นดินทั้งหมด ก็ยังคนอกตัญญูให้ยินดีไม่ได้ 


มีนัยดังได้พรรณา มาด้วยประการฉะนี้


จบเรียงความแก้กระทู้ธรรม...ให้คะแนนด้วยนะ อ้อ แล้วช่วยๆ กันส่งต่อ เผื่อจะไปถึงคนที่ใช้งาน กากมะนาวอยู่   

เป็นห่วงนะ
วิ. 1 กค. 59